Kru Matt สอนภาษาอังกฤษ
สวัสดีครับ ผมชื่อแมท เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษจากออสเตรเลียที่พูดไทยได้คล่อง รับสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้เด็กไทยอายุ 5–18 ปี ทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียน แกรมมาร์ และภาษาอังกฤษในโรงเรียน
👋 เกี่ยวกับผม
เกิดและโตที่ออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ พูดไทยได้คล่อง ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาตรีที่ University of New South Wales (UNSW) ซิดนีย์ สอนพิเศษเด็กๆ มาหลายปี และในฐานะครูสอนพิเศษ ผมออกแบบและสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษของตัวเอง สำหรับเตรียมสอบเข้าโรงเรียน Selective ของรัฐ NSW (โรงเรียนรัฐบาลที่ต้องสอบแข่งขันเข้า เทียบได้กับการสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ของไทย)
🔍 ทำไมถึงควรเรียนกับครูที่รู้ภาษาไทย
เด็กไทยมักพูดว่า "she walk" แทน "she walks" หรือ "three book" แทน "three books" หลายครั้งไม่ใช่เพราะไม่รู้แกรมมาร์ แต่เพราะภาษาไทยไม่มีเสียงท้ายคำแบบนั้น ครูที่ไม่รู้ภาษาไทยจะมองว่าเป็นปัญหาแกรมมาร์ แล้วสอนกฎเดิมซ้ำเป็นเดือน ผมรู้ว่าภาษาไทยทำอะไรกับภาษาอังกฤษของเด็กในทุกทักษะ จึงแก้ได้ตรงจุด เด็กเลยพัฒนาเร็วกว่าครับ
✅ ในคาบเรียน
• สอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อให้เด็กได้ฟังและพูดจริง
• อธิบาย "ทำไม" เป็นภาษาไทยเมื่อจำเป็น เด็กจะได้เข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องจำ
• ใจเย็น ไม่กดดัน เด็กพูดผิดได้ ไม่โดนดุ
• การบ้านสั้นๆ สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10–15 นาที ไม่เยอะ แต่สำคัญมากครับ ส่วนใหญ่เป็นการฝึกออกเสียง ส่งกลับทาง LINE เป็นข้อความเสียง ส่วนน้องที่โตขึ้นมาจะมีงานเขียนสั้นๆ พิมพ์ส่งทาง LINE ได้เลย
• หลังทุกคาบ ผู้ปกครองได้รับสรุปสั้นๆ ทาง LINE พร้อมคลิปเสียงคำที่ฝึกในคาบนั้น ให้ลูกฝึกตามที่บ้านได้ แม้ผู้ปกครองไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
• ทุก 8 คาบ มีรายงานความก้าวหน้าเป็นภาษาไทย พร้อมเทียบเสียงพูดของลูกกับวันแรก
👧👦 รับสอน
เด็กอายุ 5–10 ปี / 10–14 ปี / 14–18 ปี ปรับวิธีสอนตามวัย ไม่รับผู้ใหญ่ครับ
💻 ทดลองเรียนฟรี 25 นาที
ในคาบทดลอง ผมจะประเมินน้องสั้นๆ ประมาณ 15 นาที เพื่อหา 2 สิ่งที่ควรแก้ก่อน แล้วสอนจริงให้ดูอีกประมาณ 10 นาที ผู้ปกครองจะได้เห็นวิธีสอนก่อนตัดสินใจครับ
🎧 สิ่งที่ต้องเตรียม
• คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือมือถือ ที่เปิดกล้องได้ (ผมต้องเห็นปากของน้องเวลาออกเสียงครับ)
• หูฟังพร้อมไมค์ — สำคัญมาก เพราะเสียงท้ายคำภาษาอังกฤษเบา ถ้าใช้ลำโพงมือถือจะฟังกันไม่ชัดทั้งสองฝั่ง
• อินเทอร์เน็ตที่เสถียร และมุมที่เงียบพอสมควร
• แอป Google Meet (ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก)
📅 รูปแบบการเรียน
เรียนสดตัวต่อตัวผ่าน Google Meet คาบละ 50 นาที
ตารางเรียนเป็นเวลาไทย และคงเวลาเดิมตลอดปี (ผมสอนจากออสเตรเลีย แต่ผู้ปกครองไม่ต้องคำนวณเวลาเองครับ)
การเลื่อนเรียน: แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ไม่หักชั่วโมงเรียน หากแจ้งน้อยกว่านั้นจะนับเป็นเรียนแล้ว (ยกเว้นได้ 1 ครั้งต่อคอร์ส) และหากผมเป็นฝ่ายยกเลิกกะทันหัน คาบนั้นเรียนฟรีครับ
💬 รับนักเรียนจำนวนจำกัด เพื่อดูแลได้ทั่วถึง สนใจกดปุ่มติดต่อด้านล่างแล้วทักมาได้เลยครับ
Experience teaching Thai students
ผมเติบโตมากับภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมกัน จึงเข้าใจตั้งแต่ต้นว่าภาษาไทยทำอะไรกับภาษาอังกฤษของเด็กไทย เช่น เสียงท้ายคำที่หายไป ทำให้ -s และ -ed หลุด ซึ่งครูต่างชาติมักเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาแกรมมาร์ ที่ผ่านมาผมสอนพิเศษเด็กในออสเตรเลียมาหลายปี ทั้งเด็กเล็กและวัยรุ่น รวมถึงหลักสูตรเตรียมสอบเข้าโรงเรียนแข่งขันของรัฐ NSW และตอนนี้กำลังเริ่มรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะ โดยใช้หลักสูตรที่ออกแบบจากจุดที่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษต่างกันจริงๆ ครับ ผมคุ้นเคยกับระบบโรงเรียนไทยและความคาดหวังของผู้ปกครองไทย และสื่อสารกับผู้ปกครองเป็นภาษาไทยได้เต็มที่ครับ
การชำระเงิน
ชำระเป็นคอร์ส ก่อนเริ่มคาบแรกของคอร์ส เพื่อล็อคตารางเรียนครับ ราคาคอร์สถูกกว่าการเรียนรายชั่วโมง
หากต้องการเรียนรายครั้งก่อนตัดสินใจลงคอร์ส ก็ทำได้ในราคารายชั่วโมง ชำระก่อนเรียนแต่ละครั้งครับ
ชำระผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทย หรือพร้อมเพย์ครับ
การถามคำถามนอกเวลาเรียน
ได้ครับ ทาง LINE ผู้ปกครองและน้องทักมาถามได้ตลอด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ผมอยู่ที่ออสเตรเลีย เวลาต่างจากไทย 3–4 ชั่วโมง โดยปกติผมตอบภายในวันเดียวกันหรืออย่างช้าเช้าวันถัดไปครับ
สำหรับคำถามสั้นๆ เช่น คำศัพท์ การออกเสียง หรือตรวจประโยค ตอบให้ได้เลยทันที ถ้าเป็นการออกเสียงผมจะส่งคลิปเสียงกลับไปให้ฟัง ส่วนคำถามที่ยาวหรือต้องอธิบายละเอียด ผมจะขอยกไปอธิบายในคาบเรียนถัดไป เพราะอธิบายแบบเห็นหน้ากันจะเข้าใจกว่ามากครับ
การเข้าร่วมเรียนออนไลน์
สอนผ่าน Google Meet ครับ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก เปิดจากลิงก์ที่ผมส่งให้ทาง LINE ได้เลย ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ
สิ่งที่น้องต้องมี:
- อุปกรณ์ที่เปิดกล้องได้ — สำคัญมาก เพราะผมต้องเห็นปากของน้องเวลาออกเสียง และน้องต้องเห็นปากผมด้วย
- หูฟังพร้อมไมค์ — เสียงท้ายคำภาษาอังกฤษเบามาก ถ้าใช้ลำโพงมือถือจะฟังกันไม่ชัดทั้งสองฝั่ง
- อินเทอร์เน็ตที่เสถียร และมุมที่ค่อนข้างเงียบ
ไม่ต้องติดตั้งแอปอื่นเพิ่มครับ ในคาบเรียนผมใช้การแชร์หน้าจอ ไวท์บอร์ดของ Google (Jamboard/Canvas) สำหรับเขียนและวาดร่วมกัน สไลด์ รูปภาพ และวิดีโอสั้นๆ ตามวัย ส่วนเด็กเล็กจะเน้นภาพ เกม และการพูดตามมากกว่าการอ่านบนหน้าจอครับ
ทดลองเรียน
มีครับ ทดลองเรียนฟรี 25 นาที ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด
ในคาบทดลอง ผมจะประเมินน้องประมาณ 15 นาที ด้วยแบบประเมินที่ผมออกแบบเอง เพื่อดูว่าภาษาไทยกำลังส่งผลกับภาษาอังกฤษของน้องตรงจุดไหน เช่น เสียงท้ายคำที่หายไป เสียงควบกล้ำ หรือโครงสร้างประโยค ปรับตามวัยของน้อง เด็กเล็กจะเป็นเกมและการพูดตาม ส่วนน้องโตจะมีอ่านออกเสียงและเล่าเรื่อง
จากนั้นอีกประมาณ 10 นาที ผมจะสอนจริงหนึ่งจุดให้เห็นเลยว่าวิธีสอนของผมเป็นอย่างไร และจบด้วยการบอกผู้ปกครองตรงๆ ว่าควรเริ่มแก้อะไรก่อน 2 อย่าง พร้อมเหตุผล ผู้ปกครองจะได้ข้อมูลนี้ไม่ว่าจะตัดสินใจเรียนต่อหรือไม่ก็ตามครับ
ผมขออนุญาตบันทึกเสียงคาบทดลองไว้ เพื่อใช้เทียบความก้าวหน้าในอนาคต (ถ้าผู้ปกครองไม่สะดวก แจ้งได้เลยครับ)
นโยบายการคืนเงิน
หากผู้ปกครองต้องการหยุดเรียนระหว่างคอร์ส ผมคืนเงินให้ตามจำนวนคาบที่ยังไม่ได้เรียน โดยคิดคาบที่เรียนไปแล้วในราคาเรียนรายชั่วโมงครับ
หากผมไม่สามารถสอนต่อได้ด้วยเหตุฉุกเฉิน ผมจะแจ้งผู้ปกครองทันที และให้เลือกได้ว่าจะเลื่อนคาบเรียนออกไป หรือรับเงินคืนเต็มจำนวนสำหรับคาบที่เหลือทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ
คาบทดลองเรียนฟรี จึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องคืนครับ
รายงานความก้าวหน้า
มีครับ สองระดับ
หลังทุกคาบ ผู้ปกครองจะได้รับสรุปสั้นๆ ทาง LINE ว่าวันนี้เรียนอะไร น้องทำได้ดีตรงไหน และการบ้านคืออะไร พร้อมคลิปเสียงคำที่ฝึกในคาบนั้น เพื่อให้ฝึกตามที่บ้านได้แม้ผู้ปกครองไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
ทุก 8 คาบ จะมีรายงานความก้าวหน้าเป็นภาษาไทยฉบับเต็ม ระบุคะแนนพัฒนาการในแต่ละด้าน เช่น การออกเสียง ไวยากรณ์ คำศัพท์ ความมั่นใจในการพูด พร้อมเทียบเสียงพูดของน้องกับคลิปที่บันทึกไว้วันแรก ผู้ปกครองจะได้ยินความต่างด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เชื่อคำพูดของครู และถ้าผู้ปกครองอยากคุยทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลเพื่อสอบถามเพิ่มเติม นัดได้เสมอครับ
สื่อการสอน
สื่อหลักเป็นของผมเอง ผมสร้างหลักสูตรขึ้นมาจากการวิเคราะห์ความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยชุดคำเสียงคู่ แบบประเมินการออกเสียง บทอ่านที่ออกแบบให้มีจุดที่คนไทยมักพลาดโดยเฉพาะ และแบบรายงานความก้าวหน้า
นอกจากนั้นผมใช้บทอ่านและสื่อจริงตามวัยและความสนใจของน้อง เช่น นิทานภาพสำหรับเด็กเล็ก คลิปวิดีโอสั้นๆ สำหรับฝึกฟัง และบทความหรือหัวข้ออภิปรายสำหรับน้องโต รวมถึงหนังสือคัดลายมือภาษาอังกฤษที่หาซื้อได้ทั่วไปในไทย สำหรับน้องเล็กที่ต้องการฝึกเขียน
สื่อเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะตรงจุด เพราะทุกชิ้นถูกเลือกมาเพื่อแก้ปัญหาที่พบจริงในการประเมิน ไม่ใช่เรียนตามลำดับบทของหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งครับ
แนวทางการสอน
เน้นปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ประมาณ 80/20 ครับ เด็กต้องได้พูดมากกว่าฟังผมอธิบาย ทฤษฎีจะใส่เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เด็กเข้าใจ "ทำไม" ไม่ใช่ท่องจำ และผมอธิบายเป็นภาษาไทยเมื่อจำเป็น เพื่อเทียบให้เห็นว่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษต่างกันตรงไหน
ถ้าน้องเรียนช้า ผมจะไม่สอนกฎเดิมซ้ำด้วยวิธีเดิม แต่จะกลับไปหาสาเหตุจริงก่อน หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎ แต่อยู่ที่เสียงที่น้องออกไม่ได้ ถ้าน้องเรียนเร็ว ผมจะเพิ่มความยากด้วยการให้ใช้จริงในสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่เร่งไปบทถัดไปเฉยๆ
ถ้าครั้งแรกยังไม่เข้าใจ ผมจะเปลี่ยนช่องทาง เช่น จากอธิบายเป็นให้ดูปากผมออกเสียง หรือให้เปรียบเทียบกับเสียงในภาษาไทยโดยตรง และจะวนกลับมาทบทวนในคาบถัดๆ ไปสั้นๆ จนกว่าจะติดครับ
แบบฝึกหัดเพิ่มเติม
มีครับ และเป็นส่วนสำคัญของหลักสูตร ไม่ใช่ของแถม
สื่อทั้งหมดผมออกแบบเอง ไม่ใช่ใบงานสำเร็จรูป เพราะออกแบบจากจุดที่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษต่างกันโดยเฉพาะ เช่น ชุดคำเสียงคู่ (minimal pairs) ที่เลือกมาสำหรับเสียงที่คนไทยมักสับสน ซึ่งหาไม่ได้ในแบบฝึกหัดทั่วไป
รูปแบบ: คลิปเสียงของผมสำหรับฝึกออกเสียงตาม ชุดคำและประโยคสั้นๆ งานเขียนสั้นๆ สำหรับน้องโต และแบบฝึกคัดลายมือสำหรับน้องเล็กที่พร้อม ทั้งหมดส่งและรับทาง LINE
ความถี่: สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10–15 นาที ไม่เยอะ แต่สำคัญมาก เพราะการออกเสียงต้องใช้การทำซ้ำสั้นๆ บ่อยๆ มากกว่าการนั่งทำทีเดียวยาวๆ
เป็นสิ่งที่ผมแนะนำอย่างยิ่ง แต่ไม่บังคับครับ งานทุกชิ้นปรับตามระดับและเป้าหมายของน้องแต่ละคน และผมตรวจให้ทุกชิ้น พร้อมส่งเสียงกลับไปแก้ให้ฟังว่าควรออกเสียงอย่างไร ไม่ใช่แค่บอกว่าผิดหรือถูกครับ
โครงสร้างของบทเรียน
คาบละ 50 นาที โดยประมาณ:
• 5 นาที — ทบทวนและตรวจการบ้านจากคาบก่อน
• 10 นาที — เนื้อหาใหม่ อธิบายสั้นๆ
• 25 นาที — ฝึกจริง พูด อ่านออกเสียง หรือเขียน ตามวัยและเป้าหมายของน้อง
• 10 นาที — ใช้จริงแบบอิสระ เช่น เล่าเรื่อง ตอบคำถาม หรือสนทนา และสรุปปิดคาบ
เวลาส่วนใหญ่เป็นของน้อง ไม่ใช่ของผม เด็กเล็กจะเป็นเกมและกิจกรรมสลับกันทุก 5–10 นาที เพราะสมาธิสั้นกว่า ส่วนน้องโตจะยาวและลึกขึ้นได้ครับ
ตารางสอนว่าง
วันและเวลาที่ครูสามารถสอนได้
วันจันทร์
- 13:00
- 14:00
- 15:00
- 16:00
- 17:00
- 18:00
- 19:00
วันพุธ
- 13:00
- 14:00
- 15:00
- 16:00
- 17:00
- 18:00
- 19:00
วันศุกร์
- 13:00
- 14:00
- 15:00
- 16:00
- 17:00
- 18:00
- 19:00
วันเสาร์
- 13:00
- 14:00
- 15:00
- 16:00
- 17:00
- 18:00
- 19:00
วันอาทิตย์
- 13:00
- 14:00
- 15:00
- 16:00
- 17:00
- 18:00
- 19:00
พื้นที่ที่คุณครูท่านนี้สะดวกสอน
วิชาอื่นๆ ที่คุณครูสอน
รีวิวจากผู้เรียน
ยังไม่มีรีวิว